เมื่อฝนตกมา ผืนนาก็ครึ้กครื้น
เมื่อฝนแรกของเดือนมิถุนาตกลงมา ชาวนาบ้านนาไผ่และหมู่บ้านใกล้เคียงก็ลงนากัน ต่างคนก็ต่างขุด ต่างไถ ต่างปั้นคันนาผืนนาของตัวเอง มีตะโกนแซวกันบ้างเป็นระยะตามประสาคนคุ้นเคย ปีนี้ที่บ้านไร่ต้นฝันฝนมาช้าไปหน่อย เราก็เลยเริ่มทำนากันช้ากว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา แถมปีนี้เราเอานาของเราเป็นแปลงนาสาธิตการทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ(ที่ผ่านมาก็ทำแบบอินทรีย์แต่ไม่ได้โชว์) ให้เพื่อเพื่อนเกษตรกรเห็นกันจะจะว่าทำนาแบบไม่ใช้เคมีก็ประสบความสำเร็จได้
บ้านไร่ต้นฝัน ไถนา
บ้านไร่: ไถดะ
ไถดะ คือการไถนาครั้งแรกของฤดูการปลูก หลังจากผืนนาถูกแดดแผดเผามาหลายเดือน พอฝนแรกตกลงมาผืนนาได้น้ำชุ่มฉ่ำ เมล็ดหญ้าเริ่มงอกเป็นต้นหญ้า เราก็ใช้รถแทรกเตอร์ขนาดไม่ใหญ่นักติดผานพรวน 7 ผาน เรียกกันว่า ผานเจ็ด ลงไปไถในนาของเรา ไถไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องประณีตอะไรนัก เลยน่าจะเป็นที่มาของคำว่า ”ไถดะ” แต่สิ่งที่ได้คือการไถพลิกผืนดิน…เอาดินด้านบนพร้อมต้นหญ้าลงไปด้านล่าง และนำดินด้านล่างขึ้นมาตากแดดข้างบน เพื่อให้เมล็ดวัชพืชและเมล็ดหญ้าที่อยู่ใต้ดินขึ้นมางอกด้านบน และเป็นการฆ่าเชื้อโรคเชื้อราที่ไม่พึงประสงค์ ที่เรามองไม่เห็นอีกด้วย
บ้านไร่ : ไถแปร
เป็นการไถครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรกอยู่ 20 วัน รอให้วัชพืชที่พลิกขึ้นมาด้านบนงอกเป็นต้นก่อน เราจึงลงนาไถแปร การไถครั้งนี้เราไถประณีตขึ้น ไถตัดกับแนวไถดะในครั้งแรก เป็นการกำจัดวัชพืชต่างๆ และทำให้ดินละเอียดยิ่งขึ้น ก่อนไถแปรเราได้หว่านอินทรีย์วัตถุปรับปรุงดิน ตรามดเขียว ไร่ละ 2 กระสอบหรือ 100 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน แล้วเราก็ไถให้คลุกเคล้าไปพร้อมกับดิน
บ้านไร่: ตีดิน ปั่นดิน
เป็นการไถครั้งที่ 3 ของฤดูทำนาปีนี้ ห่างจากครั้งที่ 2 ราว 14 วัน เรารอจนมีน้ำมามากพอที่ตีดินได้ การตีดินหรือปั่นดินนี้คือการทำให้ดินละเอียดมากจนเป็นโคลนเพื่อให้ดินอุ้มน้ำ ดินนุ่มพร้อมในการปักดำ และให้รากข้าวชอนไชหาอาหารได้ง่ายดาย อยากได้ข้าวกล้องนิ่มๆ ก็ต้องทำให้ดินนุ่มๆ ต้นข้าวจะได้เติบโตอย่างอารมณ์ดี




